Reflection:

สิ่งที่ชอบ สิ่งที่จะนำไปใช้ จากหลักสูตร Effective Communication (Thai Oil) โดย อ.รัน ธีรัญญ์ วันที่ 21 ต.ค. 69

1.การเรียนรู้วิธีการรับมือกับความรู้สึกตัวเองและความรู้สึกผู้อื่นในแต่ละช่วงเหตุการณ์ โดยไม่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกนำทาง 2. การเรียนรู้ความเข้าใจทาง 4 ด้านเพื่อเป็นการลดการใช้เสียงในหัวนำทาง แล้วคิดอย่างมีสติ มีเหตุผล 3. เรื่องของพูดให้ตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมพร้อมด้วยการเพิ่มเหตุผลเข้าไป 3 ข้อ เพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนักในการพูดให้น่าเชื่อมากขึ้น
1. การประเมินอารมณ์ ทำใทำให้เราสามารถเดาอารมณ์ของคู่สนทนาของเราได้ 2. รายงานผลให้เข้าใจ ทำใทำให้รู้ว่ารายงานผลที่ดีไม่ใช่แค่ตอบว่างานดีงาน แต่ควรจะประกอบไปด้วยงานอะไรเราทำแต่ควรจะประกอบไปด้วยงานอะไรเราทำหน้าที่อะไรในงานนั้นติดปัญหาอะไรบ้างและผลลัพธ์ออกมาเป็นยังไง 3. ความเข้าใจสี่ด้าน ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราเห็นตอนแรกอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการสื่อสารกับเราจริงๆ
หลักสูตรช่วยให้สามารถสื่อสารได้อย่างตรงประเด็นและเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์ต่างๆเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้อย่างดี หลังจากเรียนแล้วคาดว่าจะสามารถนำไปใช้งานในขีวิตประจำวันได้
1 การรู้จักอารมส์ของตัวเองแล้วจะพยายามไม่ให้อารมณ์สีแดงตอนตัดสินใจ 2การเอาชนะเสียงในหัว จะไม่ใช้เสียงในหัวในการตัดสินใจ จะให้คุณค่าและความต้องการกับคนอื่น 3 การตอบด้วยกฎ 3 ข้อ ช่วยให้ดูมืออาชีพขึ้น
1.เปิดมุมมองอารมณ์แต่ละช่วงของตัวเอง คู่สนทนาและการพิจารณาตอบโต้จากอารมณ์เหล่านั้น 2.การรายงานให้เข้าใจ (Story Telling) เป็นการทำให้พูดและฟังอยู่ในฉากเดียวกับที่เราเล่าได้ เห็นภาพและผลลัพธ์ตรงกัน 3.การสรุปตรงประเด็น พร้อมเหตุผลที่กระซับ ทำให้ง่ายต่อการสื่อสารในส่วนต่อๆไป
- rule of three - พูดกระชับ ตัดส่วนเกิน สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้เรามีทักษะการพูดที่ดีขึ้น ไม่พูดเวิ่นเว้อจนเกินไป - อารมณ์ในการสนทนา ทำให้เราสามารถเข้าใจบุคคลที่เราสื่อสารด้วยได้ดียิ่งขึ้น
รุ้ทันอารมณ์ช่วยให้ระงับตัวเองได้ดี การเติมสุข ทำให้คนฟังดีใจ รายงานSTR ช่วยรายงานได้กระชับ ตรงประเด็น เหตุผลช่วยให้ พูดได้ตรงและมีเหตุผล
1.เรียนรู้ความคิดอารมณ์ว่าควรตัดสินใจงานยั้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม 2.เรียนรู้การวิเคราห์สถานะการณ์จากข้อความหรือการสื่อสาร 3ใช้ภาษาเรียบง่ายไม่เป็นคำเฉพาะกลุ่มจนเข้าใจยาก
สิ่งที่ชอบ ได้เข้าใจพฤติกรรมและอารมณ์ของตนเอง คนอื่นได้ดี สิ่งที่ได้เรียนรู้ การสังเกต และการโต้ตอบในแต่ละสถานการณ์ สิ่งที่นำไปใช้ การใช้หลัก STR สื่อสารแบบเรียบง่าย และ กฎ 3 ข้อ
1.STR Reporting 2.Signal & Noise 3.Pyramid Principle
การพูดควรรู้จักอารมณ์ตัวเองประเมินสถานะการณ์พูดให้กระชับจับประเด็นได้ง่ายให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายและมีเหตุผลที่ชัดเจน
1 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 2 วิธีการรับฟังอย่างมีประสิทธิภาพ 3 การสะท้อนการเรียนรู้
รู้ทันอารมณ์ตนเอง มีการสังเกตุอารมณ์ และรับรู้ถึงความรู้สึก จะสามารถจัดการอารมณ์ตนเองในแต่ละวันได้
1. รู้ทันอารมณ์ตัวเอง 2. การสังเกต และ ตีความ 3. พูดคมชัด ตัดส่วนเกิน
1.การรู้จักและเข้าใจอารมณ์ตัวเองและคนอื่น ให้ไปใช้ให้มีประโยชน์ 2.การสังเกตและตีความสิ่งต่างๆ ให้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริง ไม่มีอคติ และส่งต่อข้อความให้เข้าใจ 3.การใช้ภาษากับคนอื่น ให้ตรงกับระดับความเข้าใจของบุคคลนั้น ชัดเจนไม่มีน้ำ ตรงประเด็นและมีเหตุผล 4.เข้าใจความต่างของแต่ละบุคคล การทำความเข้าใจบุคคลอื่น และการ Feedback ที่ควรจะทำ
- การวิเคราะห์อารมณ์เพื่อประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ - การให้การยอมรับยินดี ยกย่องพฤติกรรมอย่างถูกต้อง - การใช้ภาษาเรียบง่ายให้คนอื่นๆเข้าใจตรงกัน - การพูดตรงประเด็น ชัดเจนและใช้กฎ 3 ข้อในการพูด และยกตัวอย่างให้ผู้ฟังเข้าใจ
สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ และจะนำไปใช้ - ฟังแบบเติมสุข ร่วมยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น - ความเข้าใจ 4 ด้าน ไม่คิดแค่ว่าเขาคิดกับฉันอย่างไร แต่คิดไปถึงเขาต้องการอะไร - พูดคมชัด ตัดส่วนเกิน ตัดสิ่งไม่จำเป็นออก พูดเฉพาะสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ - ตรงประเด็น ก่อนให้เหตุผล 3 ข้อ
-การรับรู้อารมณ์ของผู้สนทนาด้วย -การพูดให้คนอื่นเข้าใจง่ายๆ -การชื่นชมผู้อื่น -การเรียนรู้จากการสังเกตอารมณ์ -การพูดที่ชัดเจน ตรงประเด็น และเหตุผล 3ข้อ
1.เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ควรตัดสินใจในเวลาไหน 2.วิธีพูดสังเกตหรือตีความ เพื่อลดความขัดแยงเชิงลบในการทำงาน 3.ตัดส่วนเกินของคำพูด ใช้ศัพท์เฉพาะให้น้อยลงเพื่อการสื่อสารที่เข้าใจกันมากขึ้น
ได้รู้ว่าเรามีอารม 4 แบบ 4 สี และทดสอบแล้วผมไม่ค่อยมีสีเหลือง ได้เรียนรู้วิธีการเติมสุขให้เพื่อน โดยการไม่ขัดเขา 1-2 นาที ได้เรียนรู้การสังเกตและตีความ เพื่อลดการปะทะ ได้เรียนรู้ การรายงานผลให้เข้าใจ เพื่อใช้รีพอทปลายปีได้
-การประเมินความรู้สึกของผู้อื่นจากคำพูดหรือการแสดงออกทางหน้าตา -การตัดสินผู้อื่นต้องดูจากหลายๆองค์ประกอบก่อนตัดสิน -การสื่อสารกับบุคคลอื่นควรคำนึงถึงความเข้าใจของอีกฝ่าย เพื่อการสื่อสารที่ดี
1.ดูอารมณ์คู่สนทนา 2.เติมสุข การชื่นชม จากผลลัพธ์ พฤติกรรม ทัศนคติ 3.พูดคมชัดตัดส่วนเกินและเหตุผล 3ข้อ
1.การทำความเข้าใจ และ reaction กลับไป ด้วยอารมณ์รูปแบบต่างๆ 2.การรายงาน แบบ STA. จะช่วยให้การพูดไปเรื่อยลดลง และทำให้คนฟังเข้าใจประเด็นได้เป็นฉากๆลำดับ และจบสวยด้วย result 3.การใช้เหตุผลสามข้อ ไม่รู้จะตอบว่าอะไร ก็คิดคำตอบให้ได้สัก3 ข้อ ก็จะพอดูเป็นการตอบที่ดีได้
1. การฟังแบบเติมสุข เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรและทีมงาน 2. การรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองและสังเกตผู้อื่น เพื่อให้เราปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามอารมณ์ ณ ตอนนั้น 3. การใช้กฏ 3 ข้อเพิ่มการสื่อสารให้ตรงประเด็น เข้าใจง่าย ได้ใจความสำคัญ
1.การพูดประเด็นให้ได้3ข้อจะดูน่าเชื่อถือมากกว่าพูดไปเรื่อยๆมั่วๆยาวๆ 2. การตัดส่วนเกินในคำพูด เพราะเราอาจจะคิดว่าการพูดเยอะคือข้อดีของการสื่อสารแต่จริงๆแล้วพูดสั้นๆแต่ได้ใจความสำคัญที่สุด 3.การรู้ถึงอารมณ์ตัวเองว่าอยู่ในช่วงอารมณ์ไหนและจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไงให้สื่อออกไปโดยเป็นภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงการมองอารมณ์ผุ้อื่นออกเพื่อรับมือในการเข้าหาและพูดคุย
1.รายงานผลให้เข้าใจ 2.รู้ทันอารมณ์ตนเอง 3.ฟังแบบเติมสุข
1.การประเมินอารมณ์ตอนเองและผู้อื่นด้วยสี 2.พูดคมชัด ตัดคำสร้อย อย่าอ้อมค้อม พูดให้เข้าใจง่าย 3.ฟังแบบเติมสุขมากกว่าการ คิดลบ คุยทับ เมินเฉย
1.อารมณ์(เรา/คนที่สื่อสาร 2.สังเกต ตีความ 3พูดให้กระชับเจะประเด็นพร้อมเหตุผล3ข้อ
สิ่งที่ชอบ - การรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองเพื่อที่จะนำการรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงการสื่อสาร กับคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น - การสื่อสารที่กระชับทำให้การสื่อสารที่กระชับทำให้ประหยัดเวลา - การไม่ไปตีความผู้อื่นก่อนที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน
การสื่อสารอย่างตรงประเด็น การแบ่งอารมณ์เป็นสีใช้ในการสำรวจตัวเองในแต่ละวันได้ง่าย และนำไปต่อยอดในการพัฒนาชีวิตตัวเองได้
สังเกตุพฤติกรรมของการสื่อสาร STR การสื่อสารที่กระชับและชัดเจน
1.รู้ทันอารมณ์ตนเอง 2.รายงานผลให้เข้าใจ 3.ตรงประเด็นก่อนให้เหตุผล
เทคนิคการพูดให้กระชับ ตรงประเด็น
Rule of three
การพูดให้กระชับตรงประเด็น การรู้จักอารมณ์ตัวเองในแต่ละช่วงเวลา การตีความในการสื่อสาร
1.รู้ทันอารมณ์ตนเอง 2.การสังเกตุและการตีความ 3.พูดชัด ตัดส่วนเกิน
การสื่อสารให้ชัดเจนตรงประเด็น กระชับ