ห่านสองสามตัวส่งเสียงขู่ฝ่อใส่ผมเมื่อเดินใกล้เข้ามา
เลนอร์ เดิฟ คือมนุษย์คนแรกที่พวกห่านรู้จักตอนเจาะเปลือกไข่ลืมตาดูโลก พวกมันไม่รักใครนอกจากเธอ
แต่วันนี้ผมเอาข้าวโพดติดมือมา พวกมันน่าจะพอทนอยู่กับผมได้ ผมโยนข้าวโพดไปให้ไกลที่สุดเพื่อให้เหล่าบอดี้การ์ดไม่มายุ่งกับเราแล้วโน้มตัวจูบเธอ แล้วก็จูบซ้ำๆ อีกครั้ง อีกที อีกที เธอจูบตอบกลับทันที
“สุขสันต์วันเกิดนะ” เธอบอกเมื่อเรามีลมหายใจระหว่างกัน
“นึกว่าจะได้เจอเธอหลังจากจบงาน”
เธอหมายถึงพิธีเก็บเกี่ยว แต่ผมไม่อยากพูดถึงมันตอนนี้
“แฮทตี้ปล่อนฉันเร็วน่ะ” ผมบอกเธอ “ให้ของมาด้วย เป็นของขวัญชิ้นโตสำหรับวันนี้”
ผมดึงขวดขึ้นมาให้ดู
“ดีเลย เอาไปแลกของไม่น่ายาก โดยเฉพาะวันนี้น่ะ นอกจากวันปีใหม่แล้วก็วันนี้แหละที่คนเมาหยำเป๋มากที่สุด เด็กสี่คน โดนกันหลายบ้านแน่ปีนี้”
ผมว่าเราเลี่ยงพูดเรื่องนี้ไม่ได้เสียแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง” ผมบอก
นั่นไม่จริงเลย และเธอจับได้
“เธอไม่ได้เชื่อแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม”
“อาจจะไม่ แต่ฉันพยายามจะเชื่อนะ เพราะว่าการเก็บเกี่ยวจะต้องเกิดขึ้นอยู่ดีไม่ว่าฉันจะเชื่ออะไรก็ตาม เหมือนพระอาทิตย์ที่จะต้องขึ้นวันพรุ่งนี้”
เลนอร์ เดิฟ ขมวดคิ้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีหลักฐานว่าจะเกิด เธอหวังว่าทุกสิ่งจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ เพียงเพราะว่ามันเคยเกิดขึ้นในอดีตไม่ได้หรอกนะ นั่นมันตรรกะวิบัติ”
“งั้นหรอ” ผมถาม “ฉันว่าคนเราก็วางแผนชีวิตแบบนี้กันทั้งนั้น”
“นี่แหละปัญหาของพวกเรา ที่คิดว่าทุกสิ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ยอมเชื่อว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้”
“คงเป็นงั้น แต่ฉันนึกภาพพระอาทิตย์ไม่ขึ้นเช้าวันพรุ่งนี้ไม่ออกเลย”
รอยหย่นระหว่างคิ้วมาพร้อมกับคำตอบของปริศนาที่ค้างคา
“เธอนึกภาพพระอาทิตย์ขึ้นในโลกที่ไม่มีพิธีเก็บเกี่ยวได้ไหม”
“ไม่ใช่วันเกิดฉันแน่นอน ฉันไม่เคยมีวันเกิดปีไหนที่ไม่มีพิธีเก็บเกี่ยวเลย”
ผมพยายามจูบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่เธอพยายามที่จะดึงสติผม
“อย่าเพิ่งเล่น ฟังก่อน” เธอกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “ลองคิดดูดีๆ เธอบอกว่า วันนี้เป็นวันเกิดของฉันแล้วก็มีพิธีเก็บเกี่ยว ปีที่แล้ววันเกิดของฉันก็มีพิธีเก็บเกี่ยว ดั้งนั้นทุกๆ ปีก็จะมีพิธีเก็บเกี่ยวในวันเกิดของฉัน แต่เธอไม่มีทางรู้ได้แน่นอนหรอก ฉันหมายถึงว่า พิธีเก็บเกี่ยวเพิ่งมีครั้งแรกเมื่อห้าสิบปีที่แล้วเองนะ บอกเหตุผลดีๆ ให้ฉันฟังหนึ่งข้อว่าทำไมต้องมีปีต่อๆ ไปเพียงเพราะว่ามันตรงกับวันเกิดของเธอ”
สำหรับผู้หญิงที่ดูเงียบๆ ที่สาธารณะ เวลาอยู่ในที่ส่วนตัวเธอก็พูดมากอยู่พอควร บางครั้งผมก็ตามความคิดเธอไม่ทัน เลนอร์ เดิฟ มีความอดทนสูงมากเวลาที่เธออธิบายอะอะไร ไม่ใช่ความถือตัวว่าเหนือกว่า บางทีเธออาจจะฉลาดเกินไปสำหรับคนอย่างผม
เพราะว่าแม้มันจะเป็นความคิดที่ดีเชียวละ ที่จะคิดถึงภาพโลกที่ไม่มีการเก็บเกี่ยวเด็กๆ แต่ผมก็จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ