การฝึกสติมีหลายวิธีมาก ๆ เราสามารถศึกษา ทดลอง และเลือกรูปแบบการฝึกปฏิบัติที่เหมาะกับตัวเองได้ รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมตามวาระเวลา โดยเมื่อฝึกสติ บ่มเพาะสมาธิอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็จะเกิดประโยชน์ในหลายด้าน ในงานเขียนนี้ จะขอนำเสนอประโยชน์ของการฝึกสติ สำหรับผู้นำองค์กร โดยเป็น 2 ส่วน ได้แก่
ในบริบทขององค์กร ผู้นำที่ดีย่อมมีเป้าหมาย และเป้าหมายที่ดีต้องมีกรอบเวลา จากนั้น ความคาดหวัง และความเร่งรีบสร้างผลลัพธ์ จึงเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศ.ดร.โรเบิร์ต พลัทชิค ได้กล่าวว่า ความก้าวร้าว (Aggressiveness) เกิดจาก ความโกรธ (Anger) ผสมกับความคาดหวัง (Anticipation) หากคาดหวัง แล้วไม่ได้อย่างใจ ก็จะกระตุ้นให้เกิดความโกรธ จนนำไปสู่ความก้าวร้าว และอารมณ์เหล่านี้ ก็นำไปสู่การสุมไฟในร่างกาย ดังความสัมพันธ์ที่ ...(1)
โกรธ => ตัวร้อน => ธาตุไฟ ...(1)
นอกจากนี้ ภาระงานที่เร่งรีบ ก็ทำให้ผู้นำต้องทุ่มเททำงาน จนลืมตัว ลืมเวลา ทำให้รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือไม่ก็จะกินเกินความจำเป็น เกินในที่นี้ นอกจากปริมาณเกินแล้ว ยังหมายถึงรสชาติที่เผ็ดเกิน มันเกิน หวานเกิน อีกด้วย ยิ่งกินรสจัดมากตามแบบที่ชอบก็จะเกิดอาการเสพย์ติดในรสชาติแบบนั้น เลือกกินเมนูเดิม ๆ ในแบบที่ชอบ ทำให้ร่างกายขาดความหลากหลายในสารอาหาร ในภาวะของการกินเกินเช่นนี้ เสมือนเป็นการอัดลมเข้าสู่ร่างกาย ดังความสัมพันธ์ที่ ...(2)
กินรสจัด กินเกิน => ตัวบวม => ธาตุลม ...(2)
จากความสัมพันธ์ที่ (1) และ (2) โดยพฤติกรรมดังกล่าว ก็ทำให้เกิดการประชุมกันของ ธาตุไฟ และ ธาตุลมในร่างกาย กลายเป็นภาวะที่อุปมาเหมือนบอลลูน ที่อัดลม จากความร้อนของไฟ
(1) + (2) :
ธาตุไฟ + ธาตุลม => อุปมาเหมือนบอลลูน
ถ้าร่างกายเป็นเหมือนบอลลูน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ
1. หายใจเข้ายาก หายใจออกแผ่ความร้อน แห้งกร้าน
2. น้ำเมือกในกระเพาะอาหารแห้ง กรดกัดกระเพาะ ลมในท้องตีขึ้น เกิดกรดไหลย้อน แสบร้อน นอนไม่หลับ คัดจมูก หายใจไม่สะดวก ความดันขึ้น
3. พลังชีวิตตก เนื่องจากลมหายใจเข้าไม่สดชื่น และอาหารไม่ดูดซึมตามปกติ
🌸การใช้สติ ปรับฐานกาย
1. ปรับน้ำย่อยให้เป็นปกติ โดยกินอาหารตรงเวลา
2. ลดธาตุลม โดยเลี่ยงอาหารรสจัด นำอัดลม และอาหารที่ย่อยยาก
3. ลดธาตุไฟ โดยงดบุหรี่ เบียร์ สุรา เลี่ยงกาแฟในเวลาที่ท้องว่าง เพราะทำให้น้ำย่อยหลั่งผิดเวลา
🌸การใช้สติ ปรับฐานใจ
1. จัดเวลาพักระหว่างวัน หายใจให้สบาย ผ่อนคลายร่างกาย ยิ้มแย้มแจ่มใส
2. อยู่กับปัจจุบัน มีความสุขในเงื่อนไขที่มีอยู่แล้ว เรามีพออยู่แล้ว ผ่อนคลายความเครียด จากความรู้สึกมี...ไม่พอ ขอบคุณอาหาร เมื่ออารมณ์ดี จุลินทรีย์ที่ดีก็เติบโต
3. มีภาระหน้าที่ก็ทำแบบบ่มเพาะ ให้เวลาตัวเอง ไม่เร่งรีบ ไม่ตั้งกรอบเวลากับทุกเรื่องจนรัดตัวไปหมด
เมื่อผู้นำมีสติ จะให้เวลาบ่มเพาะผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสม สามารถเปิดใจรับฟังทีมงานได้ กลายเป็นผู้นำแบบเอื้ออำนวย (Facilitative Leadership) ที่ทีมงานกล้าคุยด้วย และสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
ขอเชิญอ่านเพิ่มเติม เรื่อง Facilitative Leadership ได้ในงานเขียนที่เกี่ยวข้อง
--- รัน ธีรัญญ์
งานเขียนที่เกี่ยวข้อง