เทคนิคการสื่อสาร คิดให้ไว พูดให้ฉลาด Think Fast, Talk Smart

บทความนี้ คือ การสรุปและอธิบายเพิ่มเติม จากวีดีโอ "Think Fast, Talk Smart: Communication Techniques" โดย Matt Abrahams (A lecturer of Strategic Communication at Stanford Graduate School of Business)

การพูดในสถานการณ์ที่ต้องตอบแบบทันทีหรือที่เรียกว่า spontaneous speaking เป็นทักษะสำคัญในชีวิตและการทำงาน เพราะมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ เช่น การตอบคำถามกะทันหัน การแนะนำผู้อื่น หรือการกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ วิดีโอนี้นำเสนอเทคนิคและวิธีการที่ช่วยให้พูดได้มั่นใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเน้นการจัดการความวิตกกังวล การเปลี่ยนวิธีคิด และการฝึกฝนอย่างมีโครงสร้าง

1. การพูดในสถานการณ์ที่ต้องตอบแบบทันที (Spontaneous Speaking)

ในชีวิตประจำวัน การพูดแบบไม่เตรียมล่วงหน้าพบได้บ่อยกว่าที่คิด เช่น การแนะนำตัวคนอื่นในงานเลี้ยง การแสดงความคิดเห็นระหว่างประชุม หรือการตอบคำถามในช่วงถาม-ตอบ เทคนิคการพูดในสถานการณ์เหล่านี้จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนและน่าสนใจ

2. การจัดการความวิตกกังวล (Anxiety Management)

คนส่วนใหญ่ถึง 85% รู้สึกกังวลเมื่อต้องพูดต่อหน้าคนอื่น ความวิตกกังวลนั้นเป็นสิ่งธรรมชาติและมีประโยชน์ เพราะช่วยให้เราโฟกัสกับสิ่งที่กำลังทำได้ดีขึ้น เทคนิคหนึ่งคือการรับรู้และทักทายความวิตกกังวลของตัวเอง เช่น พูดกับตัวเองในใจว่า "ฉันกำลังกังวลอยู่" วิธีนี้ช่วยหยุดวงจรความคิดกังวลที่บานปลายและทำให้ความรู้สึกดีขึ้น

3. การเปลี่ยนมุมมองต่อการพูดและการใช้คำถาม

เมื่อพูดแบบทันที ไม่ควรมองว่าการพูดคือการแสดงหรือการแสดงบทที่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่ให้มองเป็นการสนทนาแบบสองทาง เพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น การใช้คำถามช่วยสร้างความมีส่วนร่วม เช่น การถามผู้ฟังว่า "คุณคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดในเรื่องนี้?" หรือพูดในรูปแบบคำถามเชิงตั้งใจ เช่น "ทำไมเรื่องนี้ถึงมีผลกระทบกับเรา?" วิธีนี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังแต่ยังช่วยให้ผู้พูดจัดระบบความคิดได้ดี

4. การใช้ภาษาที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง

การพูดโดยใช้ภาษาทางการหรือถ้อยคำที่ดูห่างไกล เช่น "ควรพิจารณาผลกระทบ" หรือ "ขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการคือ..." มักทำให้เกิดความตึงเครียดและความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น เพื่อให้การพูดเป็นธรรมชาติและผ่อนคลาย ควรใช้ภาษาที่เป็นกันเอง เช่น "เรื่องนี้สำคัญสำหรับพวกเราทุกคน" หรือ "อย่างแรกที่เราควรทำคือ..." การสลับใช้สรรพนามเชิงรวมอย่าง "เรา" แทนการเน้นตัวเอง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกมีส่วนร่วมและลดความกดดันของผู้พูดลง

5. อยู่กับปัจจุบัน (Present Moment)

ความกังวลในการพูดมักเกิดจากการคิดถึงผลลัพธ์ในอนาคต เช่น กลัวจะพูดผิดหรือกลัวไม่ดีพอ วิธีเติมสมาธิในปัจจุบัน เช่น

  • เดินเล่นก่อนพูด
  • ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย
  • นับเลขถอยหลัง
  • พูด "tongue twisters" เช่น "I slit a sheet. A sheet I slit. And on that slitted sheet I sit." เพื่อฝึกสมาธิและอบอุ่นเสียง เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้

6. การฝึกฝนให้ไม่ขัดขวางตัวเองด้วยเกมพูดชื่อผิด

เกมพูดชื่อผิด (Shout the Wrong Name) คือการเล่นโดยให้ผู้เล่นชี้ไปยังสิ่งของรอบตัวหรือคนรอบข้าง แล้วพูดชื่อของสิ่งนั้นผิดไปอย่างเต็มที่ เช่น ชี้ไปที่โต๊ะแล้วพูดว่า "หมา" หรือ ชี้ไปที่ผนังแล้วพูดว่า "โทรศัพท์" วัตถุประสงค์คือการฝึกให้สมองหยุดพยายามจะคิดและพูดให้ถูกทุกครั้ง และเรียนรู้ที่จะตอบสนองแบบไม่คิดมาก เกมนี้ช่วยลดความกดดันและทำให้ผู้เล่นมีอิสระในการพูดมากขึ้น

7. การใช้เกมแลกของขวัญจินตนาการเพื่อฝึกตอบสนอง

เกมนี้เล่นโดยแบ่งเป็นคู่ ผู้เล่นคนหนึ่งจะเป็นผู้ให้ของขวัญ ในจินตนาการ ให้นึกถึงของขวัญชิ้นใดก็ได้ที่อยากให้คู่สนทนา ฝ่ายรับของขวัญจะเปิดกล่อง (ในจินตนาการ) และบอกสิ่งที่เห็นอย่างตรงไปตรงมาทันที เช่น "ฉันเห็นกบตัวหนึ่งในกล่องนี้" จากนั้นผู้ให้ของขวัญจะตอบกลับโดยการอธิบายสาเหตุที่เลือกของขวัญนั้น เช่น "ฉันเห็นว่าคุณชอบผจญภัย จึงเลือกกบตัวนี้ให้" เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นฝึกตอบสนองสิ่งที่ไม่คาดคิด สนุกไปกับการพูด และลดความกลัวการทำผิดพลาด

8. เทคนิค "Yes, and" จากการแสดง Improvisation

หลักการ "Yes, and" คือการรับฟังสิ่งที่คนอื่นพูดและยอมรับ (Yes) พร้อมทั้งขยายความหรือเพิ่มเติมข้อมูล (And) แทนที่จะปฏิเสธหรือป้องกันตัวเอง เช่น

  • สถานการณ์: เพื่อนร่วมงานเสนอโครงการใหม่
  • การตอบแบบ "No, but": "โครงการนี้ไม่ดีแน่ เพราะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน"
  • การตอบแบบ "Yes, and": "ใช่ น่าสนใจมาก และถ้าเราเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้าไปด้วยจะดีมาก"

เทคนิคนี้ช่วยเปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และทำให้การสื่อสารเป็นไปในเชิงบวก

9. การฟังและชะลอความเร็ว (Slow Down and Listen)

หนึ่งในข้อผิดพลาดของการพูดแบบทันทีคือการรีบตอบโดยไม่ได้ฟังอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือชะลอความเร็วและฟังคำถามหรือสิ่งที่ผู้ฟังต้องการอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ตรงประเด็นและเหมาะสม การฟังอย่างตั้งใจช่วยให้ผู้พูดเข้าใจสถานการณ์และส่งสารได้ชัดเจน

10. การเล่าเรื่องแบบมีโครงสร้าง (Structure Your Response)

การพูดที่มีโครงสร้างช่วยให้ทั้งผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจง่ายขึ้น ตัวอย่างโครงสร้างที่นิยมใช้มีสองแบบ คือ

- ปัญหา - วิธีแก้ - ผลประโยชน์ (Problem - Solution - Benefit): เริ่มด้วยการอธิบายปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข และจบด้วยประโยชน์ที่จะได้รับ

- อะไร - ทำไม - จะทำอย่างไรต่อ (What - So What - Now What): อธิบายว่าเรื่องที่พูดคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ และขั้นตอนถัดไปควรทำอะไร

โครงสร้างเหล่านี้ช่วยให้การพูดมีความลื่นไหลและน่าติดตาม

การพูดในสถานการณ์ที่ต้องตอบแบบทันทีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถพัฒนาได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมอง การฝึกฝน และใช้เทคนิคที่เหมาะสม เช่น การจัดการความวิตกกังวล การใช้คำถามและภาษาที่เป็นกันเอง การฝึกเกมเพิ่มความมั่นใจ รวมถึงการฟังอย่างตั้งใจและจัดโครงสร้างการพูดให้ดี เทคนิคจากการแสดง improvisation เช่น "Yes, and" ยังช่วยให้การสื่อสารเป็นไปในทางบวกและสร้างสรรค์ การนำวิธีเหล่านี้ไปฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์.

 

Citations:

  • Think Fast, Talk Smart: Communication Techniques https://www.youtube.com/watch?v=HAnw168huqA

 

Run Wisdom Soft Skills Trainer, Contemplative Facilitator, and Certified Strengths Coach
Since:
Update:

Read : 21 times